“แอน มรกต” จ่อฟ้องชาวเน็ตปากดีโยง “หนู เชิญยิ้ม” ไม่เลิก เคลียร์ปมในใจถูกเหยียดมาทั้งชีวิต

แอน มรกต แจงสัมพันธ์ตลกผู้ล่วงลับ หนู เชิญยิ้ม เจ้าของโรงงานจำหน่าย กระดาษห่อพัสดุ / กระดาษห่อของ คู่จิ้นหรือคู่จริง? ทำไมผ่านมา 20 ปี เพิ่งออกมาพูด! เตรียมลุยฟ้องเกรียนคีย์บอร์ด

อดีตเซ็กซี่ตัวแม่ แอน มรกต ฟาดเดือดเตรียมฟ้องชาวเน็ตปากดีเหยีบบศักดิ์ศรี พร้อมเคลียร์ความสัมพันธ์กับอดีตตลกดังผู้ล่วงลับ หนู เชิญยิ้ม ครั้งแรก เคยคบกันจริงหรือแค่คู่จิ้น อัปเดตอาการต่อมหมวกไตไม่ทำงาน ทำตัวบวม หน้าอกแฟ่บ ผ่านทาง รายการคุยแซ่บ Show ที่มี เป็กกี้ ศรีธัญญา และ ชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ช่วงนี้มีความเดือด เห็นว่ามีบางสื่อเอารูปเราไปลง แล้วเกรียนคีย์บอร์ดมันก็ถล่มเรา เกิดอะไรขึ้น?

แอน : ปกติพี่ไม่ค่อยเล่นโซเชียล เล่นน้อยมาก บังเอิญมีอยู่วันนึงเพื่อนเห็นภาพของแอนลงในโซเชียล เขาก็เลยแชร์มาให้ บอกให้แอนลองไปอ่านคอมเมนต์ดู เปิดเข้าไปอ่าน มันมีคอมเมนต์เยอะไปในทิศทางที่ดีแล้วก็บวก แต่ก็มีบางคอมเมนต์ที่รู้สึกว่าแรงสำหรับแอน เรารับไม่ได้ เห็นครั้งแรก บอกตรงๆ ว่าขึ้นเลย คือโกรธมาก

เป็นคอมเมนต์ประมาณไหน?

แอน : แอนรู้สึกว่ามันเหยียด เราคิดว่าการที่เขาคอมเมนต์แบบนี้ เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของแอน แอนรู้สึกว่าทำไมเขาวิจารณ์เราแรง จริงๆ เขาคอมเมนต์เรื่องของแอนกับพี่หนู ว่าแบบเมียเก่าตลกของหนู เชิญยิ้ม หรือว่า เสียของ เสร็จหนู เชิญยิ้มไปแล้ว

อันนี้แหละที่ทำให้เรารู้สึกไม่โอเค?

แอน : ปรี๊ดมาก ต้องลุกขึ้นมาปกป้องตัวเอง

ประโยคพวกนี้ ที่เกี่ยวข้องกับพี่หนู เสียของ หรืออะไรก็ตาม ทำไมเราถึงรู้สึกว่าเราถูกเหยียด?

แอน : แอนรู้สึกว่าคนที่เข้ามาคอมเมนต์ส่วนใหญ่ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ผู้หญิงจะเป็นคอมเมนต์ที่น่ารักมาก แต่พอคอมเมนต์ผู้ชายบางคอมเมนต์ แบบเมียตลก เสร็จหนูไปแล้ว เสียดายของ มันมีความรู้สึกว่าเป็นการเหยียดเรา วิจารณ์เราแรง จะบอกว่าวิจารณ์ได้แต่จะต้องไม่ทำให้เราเสียหาย แบบนี้มันทำให้เราเสียหาย เพราะเรารู้สึกว่าคุณไม่ได้พูดความจริง และสิ่งที่คุณกำลังทำขณะนี้ มันเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของแอน และที่สำคัญคุณนำข้อความอันเป็นเท็จ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเขาควรจะทราบว่ามันผิดกฎหมายอยู่แล้ว และแอนก็คิดว่าแอนควรปกป้องตัวเองเหมือนกัน และสิ่งที่เขาคอมเมนต์มันไม่ให้เกียรติแอน และไม่ให้เกียรติตัวพี่หนูด้วย เพราะเขาเสียชีวิตไปแล้ว เขาไม่มีโอกาสที่จะมาชี้แจง แอนอยากให้เขาให้เกียรติคนที่เสียชีวิตไปแล้ว

ด้วยความที่เราเป็นผู้หญิงเซ็กซี่ ก็เลยรู้สึกว่าเราโดนดูถูก ดูแคลน มาทั้งชีวิต ?

แอน : มันก็มีบ้าง แล้วแต่คนจะคิด ด้วยภาพลักษณ์ของเราที่ออกไป คือถ่ายภาพเซ็กซี่ แนวเซ็กซี่เยอะมาก มันคือการพรีเซนต์ในงานของเรา บางคนก็มองเราในมุมมองที่ไม่ดี มองด้านลบ ก็อาจจะมองว่ากล้าถ่ายภาพขนาดนี้จะต้องเป็นคนแรง หรือจะต้องเป็นคนที่ใจกล้ามากๆ หรือแม้กระทั่งอาจจะเป็นเมียเก็บใครหรือเปล่า เป็นเมียน้อยใครไหม ด้วยความที่เขาคิดว่าภาพเซ็กซี่มันคงไม่พ้นแบบนี้

เห็นว่าไม่ได้โดนแค่เบื้องหลังต่อหน้าก็โดนดูถูกเหมือนกัน ?

แอน : มีค่ะ เคยมีการมาสัมภาษณ์จากสื่อหนึ่ง เราก็ดีใจที่เขาสนใจ มาขอสัมภาษณ์เรา ทีนี้พี่ไม่ได้ให้คิวเขา แต่ถ้าเกิดเขาจำเป็นที่จะต้องมาสัมภาษณ์จริงๆ พี่จะให้เขามาสัมภาษณ์ช่วงที่พี่สแตนบายหลังเวที ให้เวลาสัมภาษณ์ได้ประมาณครึ่งชั่วโมง แต่เราก็แสดงความจริงใจว่างานเราเยอะ แต่เราก็พยายามแบ่งเวลาให้ แล้วเวลาที่เขาสัมภาษณ์ ปฏิกิริยา ที่เขาแสดงออกกับเรา เป็นการดูถูกเรา คือเขามองตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วคำสัมภาษณ์ต่างๆ มันเป็นการเหยียด เช่น คิดยังไงที่มาถ่ายโป๊ ทำไมถึงกล้ามาถ่าย มันเป็นคำถามที่เรารู้สึกว่า มันแรง แล้วก็รู้สึกว่า ในคำถามมันมีความเหยียด

ด้วยยุคนั้นสังคมไม่ได้เปิดกว้าง ?

แอน : คือในยุคนั้นถือว่าโป๊มาก โป๊ขนาดที่บ้านแอนรับไม่ได้ เขารู้สึกว่ามันแรงแล้วเขารับไม่ได้ แต่ในยุคนี้อาจจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา

ถ้าย้อนไปภาพของพี่แอนที่เป็นลุคแบบนั้น แล้วโดนคำดูถูก มันเป็นปมในใจมาถึงปัจจุบันหรือเปล่า?

แอน : เรารู้สึกว่ายุคสมัยมันเปลี่ยนไป สิทธิมันเท่าเทียมกัน แต่ละอาชีพก็เป็นอาชีพสุจริต เราก็คิดว่าไม่ควรดูถูกอาชีพของคนๆ นั้น ซึ่งในขณะนั้นที่เราถ่าย 1.มันเป็นอาชีพของเรา มันเป็นงานของเรา ถึงแม้ว่าหลังจากที่เราทำงาน พี่ไม่ได้ถ่ายแบบ พี่ก็ไม่ได้แต่งตัวโป๊ แม้กระทั่งการไปว่ายน้ำที่สระ แอนยังไม่เคยใส่ชุดว่ายน้ำเลย จะใส่เฉพาะที่ถ่ายจริงๆ เพราะไม่ถ่ายแล้วก็มีเสื้อคลุม เราไม่ได้แบบใส่ชุดว่ายน้ำแล้วเดิน ให้คนเห็นว่าเราโป๊

เมื่อกี้บอกว่าที่บ้านรับไม่ได้ แล้วคุยแค่ที่บ้านเข้าใจยังไง?

แอน : ตอนนั้นแอนไม่ได้คุย ช่วงนั้นงานเยอะจริงๆ ไม่คิดว่าที่บ้านเขาจะทราบ เพราะในยุคนั้นสื่อสารจะต้องผ่านหนังสือพิมพ์หรือทีวี แล้วที่บ้านอยู่ต่างจังหวัดมันค่อนข้างกันดาร การสื่อสารต่างๆมันไม่ค่อยถึงเราก็คิดว่าเขาไม่ทราบ บังเอิญมันมีวันนึงที่เขาทราบขึ้นมา แล้วเขาก็ยอมรับไม่ได้ แต่หลังจากที่เรารับงานถ่ายแบบแล้วมันมีงานเข้ามาเยอะมาก ทั้งหนัง ละคร มีภาพยนตร์ที่ อาหลองเรียกเราไปร่วมแสดงด้วย ทำให้งานมันหลากหลายมากขึ้น แล้วมันมีช่วงที่เราพีค ได้ออกอัลบั้มเพลงด้วย เลยทำให้ที่บ้านเข้าใจมากขึ้น

พี่แอนอยากเปลี่ยนภาพพจน์เซ็กซี่ของตัวเอง ก็เลยเริ่มเปลี่ยนในหลายๆ อย่าง?

แอน : ใช่ค่ะ ก็พยายามปรับตัว พยายามจะไม่เซ็กซี่มาก

ที่พี่แอนบอกว่าหลายคนเข้าใจผิด และไม่เคยได้ออกมาพูด กับการคบกับพี่หนู?

แอน : จริงๆในช่วงนั้นมันเป็นยุคสมัย ในช่วงนั้นที่แอนเป็นข่าว เรียกว่าเป็นคู่จิ้นแล้วกัน ช่วงนั้นด้วยเรามีผลงานออกมาร่วมกัน ก็เลยถูกจับวางให้เป็นคู่จิ้น เขาเรียกว่าเทคนิคในการนำเสนอในยุคนั้น เพื่อที่จะทำให้มันน่าสนใจ เพราะถูกนำเสนอไปในเชิงคู่จิ้นแล้ว มันก็มีงานเข้ามาต่อเนื่องมาก เช่นออกรายการทีวีคู่กัน หรือถ่ายนิตยสารร่วมกัน จะมีงานโชว์ตัวร่วมกัน ขึ้นเวทีด้วยกัน จะมีภาพคู่เยอะมาก ส่วนใหญ่จะเป็นรับเชิญไปโชว์ตัวที่นั่นที่นี่ตามต่างจังหวัด ทั้งประเทศเลย

เมื่อก่อนคนจะไม่เข้าใจเรื่องคู่จิ้น คิดว่าเป็นคู่จริง เวลาเราไปออกงานเราแนะนำคู่ของเราในฐานะอะไร?

แอน : ไม่เคยแนะนำค่ะ ทุกคนจะมองว่าเป็นคู่อยู่แล้ว เพราะว่าด้วยกระแสในช่วงนั้นที่แรง คนก็จะเข้าใจแบบนั้น เอาเป็นว่าในยุคนั้นถือว่าเป็นคู่จิ้น และรับงานคู่กัน เรียกว่าเพื่อนร่วมงาน

สรุปเป็นแฟนกันไหม?

แอน : ไม่ได้เป็นค่ะ เป็นคู่จิ้นในการนำเสนอผลงาน และที่สำคัญพอร่วมงานเยอะๆ เราก็กลายเป็นเพื่อนร่วมงานกัน