หนุ่มกลับถึงไทย! ขอโทษชาวลาวโพสต์โดนกักตัว ไม่รู้กฎหมาย-ตื่นตูมไปเอง

หนุ่มกลับถึงไทย! ขอโทษชาวลาวโพสต์โดนกักตัว ไม่รู้กฎหมาย-ตื่นตูมไปเอง

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ นายเอกลักษณ์ ตะโกเนียม เจ้าของร้านจำหน่ายกล่องพัสดุ ซองกันกระแทก และซองบับเบิ้ลแห่งนึ่ง โพสต์ข้อความระบุว่า ถูกตำรวจบ้านกักตัวและรถ ไม่ให้ออกจากหมู่บ้านโคกป่าทอน แขวงคำม่วน ในสปป.ลาว หลังเดินทางข้ามแดนจากด่านพรหมแดนนครพนม ที่สะพานมิตรภาพ 3 นครพนม-คำม่วน แล้วอ้างว่าแวะไปเอาของของเพื่อนร่วมรถที่หมู่บ้าน

ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 19 มี.ค. ที่ด่านพรหมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 นายกิตติศักดิ์ หล่อปฏิมากร รองกงสุลใหญ่ ประจำแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ได้พา นายเอกลักษณ์ ตะโกเนียม อายุ 37 ปี กลับมาถึงฝั่งประเทศไทย โดยมี นายรังสรรค์ คัมภีรานนท์ รองผวจ.นครพนม นายเอกราช มณีกรรณ์ นายอำเภอเมืองนครพนม และ พ.ต.อ.แดนไทย แก้วเวหล ผกก.ตม.นครพนม มารอรับ

นายเอกลักษณ์ เปิดเผยว่า ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ทางการลาวกักตัวไว้ มารดาได้เดินทางมาที่ฝั่งลาวแล้วลูกทำร้ายร่างกาย ก่อนจะข้ามฝั่งกลับมารักษาตัวที่ร.พ.นครพนม ตนจึงเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางจากจ.ชลบุรี เพื่อจะมาดูแลมารดาหลังหมอให้ออกจากโรงพยาบาล มารดาก็จะข้ามฝั่งไปแจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกาย เพราะคดีความเกิดขึ้นที่เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว

“ส่วนที่ถูกกักตัวไว้ น่าจะมาจากการเข้าพื้นที่ โดยไม่ได้ขออนุญาตนายบ้านหรือหัวหน้าหมู่บ้านในยามวิกาล ขณะนั้นผู้ใหญ่บ้านไม่อยู่ คนที่มาจับกุมบอกว่าเป็นตำรวจบ้าน แต่แต่งกายดูไม่เหมือนเป็นตำรวจ ก็เลยรู้สึกว่าเกิดความไม่ปลอดภัย จึงได้โพสต์เฟซบุ๊กลงไปหลังประเมินแล้วว่าน่าจะไม่ปลอดภัย และผมมีความผิดอะไร เขาบอกแค่ว่ารอนายมาเดี๋ยวคุยกับนาย เจ้าหน้าที่ก็สอบสวนว่า มาทำไหม มากับใคร กระทั่งถูกคุมตัวไว้”

นายเอกลักษณ์ กล่าวต่อว่า ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ให้การช่วยเหลือและดูแลปัญหา ซึ่งผมขอโทษทางการสปป.ลาว ด้วยหลังเกิดการเข้าใจผิดในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ผมอาจจะตื่นตูมไปนิด จริงๆแล้วไม่ได้น่ากลัวอย่างที่โพสต์ไป ซึ่งเป็นมาตรการของเจ้าหน้าที่ฝั่งนั้นที่เราไม่ได้เข้าใจและศึกษา ขอโทษชาวสปป.ลาวทุกคนด้วย

ด้านนายกิติศักดิ์ กล่าวว่า กรณีของนายเอกลักษณ์ ทางเราประสานกระทรวงการต่างประเทศรวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจแขวงคำม่วน และยังได้รับความร่วมมือจากทางจังหวัดนครพนม ได้ส่งทีมเจ้าหน้าที่เข้าไปหาข้อเท็จจริง และให้การช่วยเหลือนายเอกลักษณ์ออกมา ซึ่งทางนายเอกลักษณ์ก็แสดงความรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องเข้าใจผิดที่คนไทยที่เดินทางเข้าไปกับเจ้าหน้าที่ของลาวในพื้นที่ และทำให้มีการเข้าใจผิดกรณีมีการโพสต์เฟซบุ๊ก

“เจ้าหน้าที่ฝ่ายลาวก็ได้เข้าใจ ซึ่งไม่ได้เกิดจากความตั้งใจ ทั้งนี้ก็ไม่กระทบกับความสัมพันธ์ที่ดีแต่อย่างใด ผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศจะต้องศึกษาวัฒนธรรมประเพณีของประเทศการไปเยือนด้วย เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด และลดปัญหาเบาบางลงได้ ส่วนเรื่องการใช้สื่อโซเซี่ยล อยากให้ผู้ที่โพสต์ใช้ความรอบคอบระมัดระวัง ซึ่งอาจมีความอ่อนไหวในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”

Leave Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *