หนุ่มทำร้ายเด็กชาย 11 ขวบ ตีจนหัวแบะ อ้างโมโหถูกถุยน้ำลายใส่ ลั่นไม่เกี่ยวเสียพนัน

หนุ่มเอาไม้สนุกเกอร์ตีหัวเด็กชาย 11 ขวบ จนหัวแตกยาวกว่า 10 ซม. ลั่นไม่ได้ทำร้ายเด็กเพราะเสียพนัน

(4 ต.ค.63) เวลา 09.30 น. ที่บริเวณที่ทำการกำนันตำบลศาลาแดง อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา นายพิศาล พนักงานจำหน่าย ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก อายุ 36 ปี พร้อมด้วย น.ส.แดง (นามสมมุติ) อายุ 50 ปี ภรรยา ได้เดินทางมาขอเจรจาพูดคุยตกลงกันกับ นางไพพรรณี อายุ 37 ปี มารดาของ เด็กชาย อายุ 11 ปี เยาวชนผู้ถูกทำร้ายร่างกายถูกตีที่ศีรษะจนมีบาดแผลแตกยาวถึงกว่า 10 ซม. และตกเป็นข่าวผ่านทางสื่อมวลชน ทั้งยังมีการนำเสนอบิดเบือนข้อมูลไปในแง่มุมต่างๆ จนกลายเป็นกรณีของเซียนพนันหัวเสียทำร้ายเด็กนั้น

ล่าสุด นายพิศาล ได้กล่าวขอโทษต่อผู้เป็นมารดาของเด็กแล้ว ว่ารู้สึกเสียใจที่ได้กระทำลงไป เนื่องจากถูกเด็กถ่มน้ำลายใส่ขาก่อนถึง 2 ครั้งจึงเกิดบันดาลโทสะ เนื่องจากในขณะนั้นได้ดื่มสุราขาวเข้าไปจนเริ่มกรึ่มแล้ว จึงใช้ไม้คิวแทงสนุกเกอร์ตีลงไปที่เด็ก

ตอนนี้ตนสำนึกผิดแล้ว และยอมรับผิดว่าได้ก่อเหตุทำร้ายเด็กจริง แต่ตอนนี้รู้สึกสงสารเด็กแล้ว เพราะเคยเห็นเข้ามาที่โต๊ะสนุกเกอร์เป็นประจำจนคุ้นเคยกัน ซึ่งในวันเกิดเหตุนั้นตนกำลังเล่นสนุกเกอร์กันกับเพื่อนคนงานโรงงานที่ตั้งอยู่ในบริเวณนั้น 4-5 คน โดยที่โต๊ะสนุกเกอร์นั้นมีคนเข้ามาเล่นกันอยู่เต็มทั้ง 2 โต๊ะ จำนวน 4-5 คนต่อโต๊ะ นายพิศาล กล่าว

ขณะที่นางไพพรรณี ได้ตอบโต้ขึ้นมาทันทีว่า ตนเองนั้นไม่เชื่อว่าบุตรชายตนเองจะถ่มน้ำลายใส่ผู้ใหญ่ หรือทำอย่างนั้นแน่นอน และเชื่อว่านายพิศาลนั้นตั้งใจที่จะทำร้ายเด็ก ในขณะที่ยังคงมีสติดีอยู่ จึงได้รีบขับรถหลบหนีไปในทันทีหลังก่อเหตุ จึงอยากถามว่าทำไปได้อย่างไร อีกทั้งคนในที่เกิดเหตุตลอดจนเจ้าของโต๊ะสนุกนั้นจิตใจทำด้วยอะไร เหตุใดจึงไม่รีบให้การช่วยเหลือหรือพาเด็กไปหาหมอก่อนในทันทีตั้งแต่แรก

โดยเหตุการณ์วันนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อเวลา 22.00 น. ของคืนวันที่ 2 ต.ค.63 ก่อนที่เด็กๆ ซึ่งเป็นบุตรของเพื่อนบ้านที่มาด้วยกันจะพาบุตรชายของตนมาส่งถึงยังที่บ้านพักในเวลาเกือบ 23.00 น. ในสภาพเลือดแห้งกรังติดเต็มตัว แต่เด็กไม่กล้าที่จะบอกตน แต่ได้ใช้เสื้อคลุมปิดบาดแผลที่ศีรษะไว้ จนทนพิษบาดแผลไม่ไหว ก่อนที่จะบอกให้ตนช่วยพาไปหาหมอ จนมาเปิดผ้าดูถึงกับตกใจ เนื่องจากพบว่ามีบาดแผลที่ศีรษะของบุตรชายขนาดใหญ่มาก

โดยถูกตีมาจนหัวแบะ คล้ายกับลูกแตงโมแตก บาดแผลยาวถึงกว่า 10 ซม. และลึกมากจนตนต้องใช้เสื้อช่วยมัดห่อศีรษะเอาไว้ให้ และรีบแจ้งไปยังทาง รพ. จากนั้นในเวลาประมาณเที่ยงคืนเศษของวันที่ 3 ต.ค.63 จึงมีรถของหน่วยกู้ภัยฯ เดินทางมารับตัว ช่วยนำไปส่งยังที่ รพ.พุทธโสธร ตามที่ตกเป็นข่าวก่อนที่แพทย์จะให้เด็กกลับมานอนพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน โดยที่อาการล่าสุดยังคงนอนซม คลื่นไส้ ปวดศีรษะ 

จากการพูดคุยเจรจาตกลงกันของทั้งสองฝ่าย ได้ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชม. ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะสามารถตกลงกันได้ ซึ่งนางไพพรรณี เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า ทางฝ่ายของผู้ก่อเหตุนั้นได้ยินยอมที่จะดูแลชดใช้ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลบุตรชายของตนให้ทั้งหมด และหากมีอาการหรือผลกระทบข้างเคียงต่อสมอง ก็ยังจะช่วยรับผิดชอบดูแลให้จนถึงที่สุด ส่วนเรื่องคดีความที่ได้ไปแจ้งความเอาไว้ยังที่ สภ.บางน้ำเปรี้ยว แล้ว ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (3 ต.ค.63) ยังคงให้ดำเนินต่อไปก่อน

เนื่องจากยังเป็นเพียงการตกลงกันได้ในเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งตนเห็นแก่ น.ส.แดง ภรรยาของผู้ก่อเหตุ ที่เป็นคนในพื้นที่หมู่บ้านเดียวกัน และเห็นหน้ากันมาโดยตลอด อีกทั้งผู้ก่อเหตุนั้นปกติอุปนิสัยก็ไม่ใช่คนที่เกเร หรืออันธพาลใดๆ โดยเป็นคนทำมาหากินมีอาชีพรับจ้างหว่านปุ๋ยนาข้าว เลี้ยงปลา และทำนา รวมถึงรับจ้างงานด้านก่อสร้างด้วย ซึ่งหากเป็นบุคคลที่มีนิสัยเกเรชอบก่อเหตุทำร้ายผู้คน ตนเองก็จะให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ขณะที่ น.ส.แดง ได้รับปากว่าจะยินยอมรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายทั้งหมดทุกอย่างที่เกิดขึ้น ต่อหน้าผู้สื่อข่าวโดยหากทางฝ่ายของผู้เสียหายมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับอาการของเด็กนั้น ก็ขอให้บอกกล่าวมา ตนเองยินดีที่จะหามาให้เท่าที่จะหามาได้จนถึงที่สุด เนื่องจากปกติสามีซึ่งอยู่ในวัยอ่อนกว่ามากถึงกว่า 10 ปีนั้น เป็นคนตั้งใจทำมาหากินไม่เคยเกเรมาก่อน ซึ่งหากเป็นคนอันธพาลเกเรตนเองก็ไม่เอาไว้เช่นกัน

ส่วนการออกมาเล่นสนุกเกอร์นั้นเป็นเพียงการมาพักผ่อน หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยจากงานนาข้าวมาเท่านั้น และปกติเขาไม่ได้เล่นการพนันอะไร แต่สื่อกลับไปลงข่าวว่า “เป็นเซียนพนันหัวเสีย แล้วทำร้ายเด็กจนเป็นข่าวใหญ่โต ทั้งที่ไม่เป็นความจริง” จึงทำให้ทุกคนในครอบครัวเกิดความเครียดและไม่สบายใจ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *